Insure Match - ประกันลงตัว
03/06/2026
EP40 : เป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว... ควรทิ้ง ม.39 / ม.40 แล้วซื้อประกันเองดีไหม?
บทนำ
"ชั่งน้ำหนักให้ดูชัดๆ ประกันสังคม vs สปสช. (บัตรทอง) vs ประกันสุขภาพส่วนตัว
จ่ายแบบไหนคุ้มสุดสำหรับฟรีแลนซ์?"
ฟรีแลนซ์ที่ลาออกจากงานประจำมักจะลังเลว่า
ควรส่งประกันสังคม ม.39 หรือเปลี่ยนเป็น ม.40 ดีไหม?
หรือทิ้งไปเลยแล้วซื้อประกันสุขภาพส่วนตัวอย่างเดียวจบ?
วันนี้เรามากางสวัสดิการเทียบกันให้ชัดๆ
เพื่อหาทางเลือกที่เซฟและคุ้มค่าที่สุด
สำหรับคนทำงานอิสระกันครับ
เนื้อหา
📌 1. ม.39 เหมาะกับคนที่พอใจ "โรงพยาบาลเดิม"
ส่งเดือนละ 432 บาท ได้สิทธิ์รักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเดิม
รวมถึงได้เงินสงเคราะห์บุตร และบำเหน็จบำนาญชราภาพ
แต่ข้อควรระวังคือ ฐานคำนวณเงินบำนาญตอนแก่
จะถูกลดฐานลงมาเหลือแค่ 4,800 บาทเท่านั้น
ทำให้เงินบำนาญที่จะได้รับจริงน้อยลงกว่าตอนทำงานประจำครับ
📌 2. ม.40 + บัตรทอง = คอมโบสุดประหยัด
หลายคนเข้าใจผิดว่า ม.40 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
จริงๆ แล้ว ม.40 จ่ายแค่ "เงินชดเชยรายได้" ตอนนอนโรงพยาบาลครับ
ส่วนค่ารักษาคุณต้องไปใช้สิทธิ์ "บัตรทอง (สปสช.)" แทน
ซึ่งปัจจุบันบัตรทองยกระดับครอบคลุมโรคหนักๆ ได้ดีมาก
เหมาะกับฟรีแลนซ์สายเซฟงบขั้นสุดครับ
📌 3. ซื้อ "ประกันส่วนตัว" อุดช่องโหว่เรื่องเวลา
สวัสดิการรัฐมีจุดอ่อนสำคัญคือ "คิวรอนาน"
ฟรีแลนซ์ที่เวลาคือเงินคือทอง อาจจะรอทั้งวันไม่ไหว
การมี "ประกันสุขภาพเหมาจ่าย" เอาไว้เข้าโรงพยาบาลเอกชน
จะช่วยให้เจอหมอเร็ว ได้ยาดี หายไว
ไม่ต้องเสียเวลางาน และกลับมาปั่นเงินต่อได้ทันทีครับ
📌 4. สูตรสำเร็จการจัดพอร์ตฉบับฟรีแลนซ์
แนะนำให้ใช้ "สวัสดิการรัฐ + ประกันส่วนตัว" ครับ
ทิ้ง ม.39 ไปใช้บัตรทองเป็นฐานรากสำหรับโรคร้ายแรง
สมัคร ม.40 เพื่อรับเงินชดเชยรายได้เวลาป่วย
และเจียดเงินมาซื้อ "ประกันสุขภาพเหมาจ่าย" แผนเริ่มต้น
เพื่อซื้อเวลาและความสะดวกสบายเวลาเจ็บป่วยทั่วไปครับ
บทสรุป
ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สวัสดิการรัฐคือสิ่งที่ไม่ควรทิ้งครับ
เพราะมันคือเบาะรองรับชั้นล่างสุดที่ฟรีแลนซ์ทุกคนมีสิทธิ์
การจัดพอร์ตโดยเอาข้อดีของรัฐมาผสมกับความไวของเอกชน
คือกลยุทธ์การวางแผนสุขภาพที่ฉลาดและประหยัดงบที่สุด
ทำให้ฟรีแลนซ์อย่างเราอุ่นใจ ลุยงานได้เต็มที่ครับ
- Match SURE ประกันลงตัว -
#ประกันลงตัว #อยากเล่าประกัน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ
02/06/2026
EP39 : กรรมการบริษัท ใช้เงินบริษัทซื้อประกันให้ตัวเองได้ไหม?
บทนำ
"รู้หรือไม่? เจ้าของ SME สามารถให้บริษัทจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตให้ตัวเอง
และนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้แบบถูกกฎหมาย!"
เจ้าของกิจการหลายคนเวลาจะทำประกันชีวิตให้ตัวเอง
มักจะควักเงินในกระเป๋าส่วนตัวจ่ายใช่ไหมครับ?
แต่ความจริงแล้ว เราสามารถให้ "บริษัทเป็นคนจ่าย" ได้
ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า ประกันบุคคลสำคัญ (Keyman Insurance)
มาดูกันครับว่าทำยังไงถึงจะถูกต้องและได้ประโยชน์สูงสุด
เนื้อหา
📌 1. ทำได้ในรูปแบบ "ประกันบุคคลสำคัญ"
กรรมการบริษัทคือฟันเฟืองสำคัญที่สุดของธุรกิจ
หากเป็นอะไรไป บริษัทอาจสะดุดหรือล้มละลายได้
ดังนั้น บริษัทจึงสามารถซื้อประกันชีวิตให้กรรมการ
เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยให้บริษัทเป็น "ผู้ชำระเบี้ย"
และกรรมการเป็น "ผู้เอาประกัน" ครับ
📌 2. นำเบี้ยไปเป็น "รายจ่าย" ลดภาษีนิติบุคคล
ค่าเบี้ยประกันที่บริษัทจ่ายไป สามารถนำมาบันทึกเป็น
"รายจ่ายของบริษัท" ได้แบบ 100% เลยครับ!
ซึ่งจะช่วยลดกำไรสุทธิ ทำให้บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลน้อยลง
ถือเป็นการบริหารภาษีของกิจการอย่างถูกกฎหมาย
📌 3. กฎเหล็ก: ต้องมีรายงานการประชุมชัดเจน
สรรพากรมีเงื่อนไขว่า การทำประกันแบบนี้ต้อง "ไม่เลือกปฏิบัติ"
ต้องมีการจัดทำรายงานการประชุมของคณะกรรมการ
และต้องระบุให้สวัสดิการนี้กับกรรมการ "ทุกคน"
ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ด้วยมาตรฐานและเงื่อนไขเดียวกัน
ถึงจะนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้อย่างถูกต้องครับ
📌 4. ระวังเรื่อง "ภาษีบุคคลธรรมดา" ของกรรมการ
ข้อนี้สำคัญมาก! ค่าเบี้ยที่บริษัทจ่ายให้ ถือเป็น "รายได้" ของกรรมการ
สิ้นปีต้องนำยอดนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีบุคคลธรรมดาด้วย
แต่ข้อดีคือ เมื่อครบสัญญา หรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน
"เงินก้อน (ทุนประกัน)" ที่ได้รับกลับมา... จะได้รับการ "ยกเว้นภาษี"
ถือเป็นการส่งต่อความมั่งคั่งจากบริษัทสู่ตัวเราที่คุ้มค่ามากครับ
บทสรุป
การใช้เงินบริษัทซื้อประกันให้กรรมการ (Keyman Insurance)
คือสุดยอดกลยุทธ์การเงินแบบ Win-Win ครับ
บริษัทก็ได้ลดหย่อนภาษีและปกป้องความเสี่ยง
ส่วนตัวกรรมการเองก็ได้สวัสดิการคุ้มครองชีวิตหลักล้าน
เจ้าของ SME คนไหนยังไม่เคยทำ ลองเอาวิธีนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ
- Match SURE ประกันลงตัว -
#ประกันลงตัว #อยากเล่าประกัน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
12030