VIP LUXE Interpretation and Translation
Professional interpreting and translating services, specializing in Business in Conference, Workshop, Business Meeting, Deal Pitching, Sales Award, Strategic Planning, BoD meeting, Town Hall, Regional & Global Visit and Events (E-T/T-E)
พามาชมภาพประวัติศาสตร์
ที่พระราชวังฝรั่งเศส
คณะราชทูตไทยในสมัยรัชกาลที่ 4
มาถวายเครื่องราชบรรณาการให้กับ
จักรพรรดิ Napoleon ที่ 3 แห่งฝรั่งเศส
ที่พระราชวังแห่งนี้เลยค่ะ
Chateau de Fontainebleau
ขับรถแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงจาก Paris
ใกล้มากๆ เลยค่ะ แนะนำให้มาจริงๆ ค่ะ
สวยมาก เมืองน่ารักปลอดภัยมากค่ะ 🇫🇷✨
#ฝรั่งเศส #เที่ยวฝรั่งเศส
#ล่าม
01/11/2025
🪞 เบื้องหลังการเตรียมตัวของล่าม มีอะไรบ้าง
มาเล่าจากประสบการณ์ตรงค่ะ
“เบื้องหลังของงานล่ามที่ไม่ได้แปลแค่ภาษา…
แต่แปลความงามของจิตวิญญาณศิลป์ 💎🇫🇷”
หลายคนอาจคิดว่าการเป็น “ล่าม”
คือพูดได้สองภาษา
แต่ในโลกของ High Jewelry แค่แปลได้ไม่พอ
แต่ล่ามต้องเข้าใจทุกอย่างที่แบรนด์พูด…
แม้แต่สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา 💫
แอนนี่เลยมาแบ่งปันประสบการณ์ตรง
ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ
แอนนี่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ล่ามให้กับ
“แบรนด์ไฮจิวเวลรี่ชั้นสูงจากฝรั่งเศส”
เป็นงานที่ทั้งละเอียด ประณีต
และเต็มไปด้วยศิลปะในทุกคำพูด
บอกได้เลยว่ากว่าจะถึงวันจริง…
ไม่มีอะไรคือความฟลุ๊ค
ทุกอย่างต้อง “เตรียมล่วงหน้า”
ทั้งค้นคว้า อ่าน ฟัง และ “ท่องออกเสียงซ้ำ ๆ”
คำศัพท์แต่ละคำ โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะ
ทางศิลปะและอัญมณี ต้องพูดได้โดยไม่ต้องนึก
เพราะในห้องจริง ผู้ออกแบบจะพูดยาว
ประมาณ 8–10 ประโยคก่อนจะหยุดให้แปล
และทุกคำคือรายละเอียดระดับศิลป์
ที่ไม่มีสิทธิ์พลาดแม้แต่จังหวะเดียว
ก่อนจะไปถึงจุดนั้น
ล่ามต้อง “ฝึกฝนอย่างหนัก”
ไม่ใช่แค่จากประสบการณ์ในอาชีพ
แต่จากการเตรียมตัวด้วยสมองและหัวใจจริง ๆ 💎
💬 1. Know Your Diamond
เข้าใจเพชรให้ลึกกว่าที่เห็น
ตอนรู้ว่าจะได้แปลให้กับ
แบรนด์ไฮจิวเวลรี่ชั้นสูงจากฝรั่งเศส
สิ่งแรกที่แอนนี่ทำคือ “ศึกษาทั้งหมดเกี่ยวกับเพชร”
เพราะ High Jewelry หัวใจหลัก คือ เพชร
แอนนี่อ่านตั้งแต่หลักการ 4Cs
จนถึงศัพท์เฉพาะของวงการเช่น Setting แบบต่างๆ
ในโลก High Jewelry
“เพชร” ไม่ได้มีค่าเพราะแค่แสงแวววาว
แต่มันมี “ภาษาของมันเอง”
ภาษาแห่ง Cut, Color, Clarity, Carat
ละสิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ 
เวลาล่ามทำงานในห้องจริง
ผู้ออกแบบจะพูดต่อเนื่องราว 8–10 ประโยค
ก่อนหยุดให้เราแปล
แล้วเวลาพูดจะเป็นคำศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับเพชร
เช่น D IF Type IIA
ดังนั้น ถ้าไม่ได้อ่านและเก็งข้อสอบนี้มาก่อน
ต่อให้เป็นล่ามเก่งแค่ไหน
ก็จะ จำ D IF Type IIA ไม่ได้แน่นอน
ดังนั้น แอนนี่จึงต้อง “ท่องตัวย่อทั้งหมด”
จนขึ้นใจ เช่น D IF Type IIA
พร้อมซ้อมออกเสียงให้ถูกต้องด้วย
เพื่อให้เข้าใจทันทีว่า
เขากำลังพูดถึง “ศิลปะแห่งความสมบูรณ์แบบ”
ไม่ใช่แค่เพชรเม็ดหนึ่งบนสร้อย 💎
⸻
🔮 2. Know Your Gems
จำชื่ออัญมณีสำคัญในงานให้ได้
หลังจากทำการบ้านเรื่องเพชรเสร็จ
สิ่งต่อมาที่แอนนี่ต้องเตรียมคือ “อัญมณี”
เพราะแบรนด์ไฮจิวเวลรี่ไม่ได้ใช้แค่เพชร 💍
แต่ละคอลเลกชันจะมีพลอย
หลากหลายชนิดจากทั่วโลก
ทั้งสี แสง และพลังที่ต่างกัน
ตอนเตรียมตัว แอนนี่จะ “ค้นรายชื่ออัญมณีทั้งหมด”
ที่มักใช้ในงาน High Jewelry
แล้วเริ่มท่องชื่อให้ขึ้นใจ
ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย
เช่น Ruby (ทับทิม) • Sapphire (ไพลิน) • Emerald (มรกต) • Amethyst (อะเมทิสต์)
Lapis Lazuli (ลาพิส ลาซูลี) • Chalcedony (คาลซิโดนี)
บางชื่อที่ไม่คุ้น เช่น Citrine หรือ Lepidolite
แอนนี่จะพูดซ้ำ 10–20 ครั้ง
เพื่อให้ “ลิ้นจำ เสียงจำ สมองจำ” ไปพร้อมกัน
เพราะถ้าเราแค่ “อ่านผ่านตา” โดยไม่ออกเสียง
ถึงเวลาหน้างาน สมองจะเห็นคำ แต่ปากจะพูดไม่ออก
และสิ่งที่ช่วยชีวิตจริง ๆ คือการซ้อมออกเสียงเหล่านี้ เพราะดีไซเนอร์จะพูดชื่ออัญมณีที่เราซ้อมไว้เป๊ะ ๆ เช่น “Lapis” หรือ “Citrine” จนรู้เลยว่า “การซ้อมเสียงก่อนวันงาน” สำคัญกว่าที่คิด
ในฐานะล่าม เราไม่ได้แค่ต้องแปลให้เข้าใจ
แต่ต้อง “พูดได้เหมือนคนในวงการ”
เพื่อให้แบรนด์รู้ว่า
เราเคารพศิลปะของเขาอย่างแท้จริง 💫
และลูกค้าที่ฟังเราแปล ก็จะรู้ว่า
เราเข้าใจเนื้อแท้ของแบรนด์
ไม่ได้เป็นคนนอกที่แปลไม่รู้เรื่อง
———
🖼️ 3. Study the Art Movements
เข้าใจศิลปะที่แบรนด์เติบโตมา
ในวงการจิวเวลรี่ คำว่า “Art Deco”
หรือ “Art Nouveau”
ไม่ใช่แค่ศัพท์แฟนซี
แต่คือ “รากของดีไซน์ทุกชิ้น”
🌿 Art Nouveau (ปลายศตวรรษที่ 19)
แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
เถาวัลย์ ดอกไม้ ผีเสื้อ เส้นโค้งที่พลิ้ว
แสดงถึง “เสรีภาพ” และ “ความอ่อนโยน”
🏛️ Art Deco (ต้นศตวรรษที่ 20)
เส้นตรง คมชัด สมมาตร และรูปทรงเรขาคณิต
สะท้อนยุคอุตสาหกรรมและความเท่ของยุคใหม่
ถ้าเข้าใจ “ยุคศิลปะ” เหล่านี้
เวลาผู้ออกแบบพูดถึงแรงบันดาลใจ
เราจะถ่ายทอดได้ตรงอารมณ์
ไม่ใช่แค่แปลคำว่า “เส้นโค้ง”
หรือ “รูปทรงเรขาคณิต” เท่านั้นค่ะ
⸻
🗺️ 4. Live the Culture
เข้าใจโลกของแบรนด์จากรากวัฒนธรรม
ล่ามที่ดีต้อง “อยู่ในโลกเดียวกับแบรนด์”
โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์นั้นเป็นฝรั่งเศส
ที่ทุกดีเทลเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์
Place Vendôme ไม่ใช่แค่ชื่อสถานที่
แต่คือ “หัวใจของอัญมณีชั้นสูง”
พื้นที่ที่แบรนด์ระดับโลกตั้งอยู่
ส่วน Palais Royal
คือแหล่งแรงบันดาลใจของศิลปิน
และสถาปนิกในยุคหนึ่ง
ถ้าไม่เข้าใจบริบทเหล่านี้
เราจะพลาดความหมายที่ซ่อนอยู่
ในทุกประโยคของผู้ออกแบบ
——-
🎓 5. Master the Language of the Brand
ถ้าเข้าใจ “ภาษา” ก็จะเข้าใจ “หัวใจของแบรนด์”
มีอย่างหนึ่งที่แอนนี่อยากฝากไว้สำหรับล่ามที่อยากทำงานกับแบรนด์ระดับ High Jewelry
โดยเฉพาะแบรนด์ฝรั่งเศส
ถ้าเคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาก่อน
จะช่วยได้มหาศาลจริง ๆ 🇫🇷
เพราะในพรีเซนเทชันจริง
เขาไม่ได้พูดแบบทีละประโยคให้เราจดแล้วแปล
แต่พูดรวดเดียว 8–10 ประโยค
แล้วค่อยหยุดให้ล่ามแปลทีเดียว
ดังนั้น ถ้าหูเราไม่คุ้นเสียงคำฝรั่งเศส
คำนั้นจะ “หลุดออกจากสมองทันที”
เพราะสมองต้องเก็บข้อมูลอีกมากในเวลาเดียวกัน
คำที่มักได้ยิน เช่น Couture, Nature, Savoir-faire
ถ้าไม่คุ้น จะฟังไม่รู้เรื่อง ออกเสียงไม่ถูก และสุดท้ายจำไม่ได้
ในขณะที่ล่ามที่ “เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมา”
จะจำคำเหล่านี้ได้แม่น
ฟังสำเนียงได้เร็ว และออกเสียงได้ถูกต้อง
ในจังหวะเดียวกับที่ดีไซเนอร์พูด
และตรงนี้เอง…
คือสิ่งที่สร้าง “ภาพลักษณ์ของแบรนด์” โดยไม่รู้ตัว
เพราะถ้าล่ามออกเสียงผิด
เช่น “คูทัวร์” แทน “กูตูร์”
หรือพูดติดขัดกับคำที่เป็นหัวใจของแบรนด์
คนฟังจะรู้สึกได้ทันทีว่า
“มีอะไรบางอย่างไม่กลมกลืน”
ในทางกลับกัน ถ้าเราพูดได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง
น้ำเสียงนั้นจะสื่อออกมาทันทีว่า
เราคือ “คนในโลกเดียวกันกับแบรนด์” 🌍
เพราะในโลกของฝรั่งเศส
• Couture ไม่ได้หมายถึงแฟชั่น
แต่หมายถึง “ศิลปะแห่งความประณีตที่ทำด้วยมือ”
• Nature คือแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัว
• Savoir-faire คือทักษะฝีมือช่างที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
เวลาผู้ออกแบบพูดถึงคำเหล่านี้
เขาไม่ได้พูดแค่ “คำสวย ๆ”
แต่พูดถึง จิตวิญญาณของแบรนด์
ดังนั้น ล่ามต้องทำให้ผู้ฟัง “รู้สึกได้”
ถึงความหมายเหล่านั้น
“นี่คือความงามที่ถือกำเนิดจากธรรมชาติ
ผ่านฝีมือช่างที่สืบทอดมาหลายรุ่น
งานศิลป์ที่มีชีวิตจริง ๆ”
——
🎧 6. Know the Process
เบื้องหลังการทำงานของล่าม
เบื้องหน้าของล่าม
คือภาพของคนที่พูดได้สองภาษาอย่างมั่นใจ
แต่เบื้องหลังนั้น เต็มไปด้วย
“การเตรียมตัวที่ละเอียดกว่าที่ใครจะคิด”
แอนนี่จะเริ่มจากการอ่านเอกสารทุกหน้า
ตั้งแต่ชีทแนะนำแบรนด์ รายละเอียดคอลเลกชัน
ดู website ของแบรนด์ ไล่ไปจน YouTube ต่างๆ
ไปจนถึง presentation ที่ทีมพีอาร์ส่งมา
เพราะในงานระดับ High Jewelry
ไม่มีคำไหนที่พูดได้แบบเดา ๆ
หลังจากนั้นคือช่วง “ซ้อมฟัง”
ฟังสำเนียงจริงของดีไซเนอร์
ฟังคลิปงานก่อนหน้า
เพื่อจับจังหวะการพูดและอารมณ์ของเขา
ล่ามไม่ได้ซ้อมคำพูด
แต่ซ้อม “โทนของหัวใจ” ของคนที่เรากำลังจะพูดแทน
และยังซ้อมพูดศัพท์ภาษาฝรั่งเศสทุกคำที่ผ่านเข้ามา
ทั้งชื่อ collection ต่างๆ / ชื่อผู้ก่อตั้ง /
ชื่อคนที่มา present / ชื่อสถานที่สำคัญๆ เกี่ยวกับแบรนด์ทั้งหมด
วันจริง คือตอนที่ทุกอย่างต้องเกิดพร้อมกันในหัว
เราฟังประโยคที่กำลังพูดอยู่
จำประโยคก่อนหน้า
และพูดประโยคที่เพิ่งจบไป
ทั้งหมดนี้เกิดในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที
ไม่มีสคริปต์ ไม่มีโอกาสแก้ไข
ทุกคำที่พูดออกไป คือตัวแทนของแบรนด์
และเป็น “เสียง” ของคนที่เรากำลังถ่ายทอดให้
งานล่ามจึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา
แต่มันคือการใช้สมองครึ่งหนึ่งเพื่อเข้าใจเนื้อหา
และใช้สมองอีกครึ่งหนึ่ง
เพื่อ “ส่งต่อความรู้สึก” อย่างแม่นยำในเวลาเดียวกัน
เบื้องหน้าที่เห็นแค่ความนิ่ง
เบื้องหลังคือการซ้อมไม่รู้กี่รอบ
เพื่อให้ทุกวินาที “ดูเหมือนง่าย” ✨
——
และนี่แหละค่ะ ทั้งหมดนี้ คือเหตุผลที่
ล่ามที่ทำงานกับแบรนด์ฝรั่งเศส
ต้องเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศสจริง ๆ
ไม่ใช่แค่เพื่อ “ฟังให้รู้เรื่อง”
แต่เพื่อ “ส่งต่ออารมณ์ของคำ” ได้ครบถ้วน
เพราะสุดท้ายแล้ว…
ล่ามไม่ได้เป็นแค่ “ผู้แปลภาษา”
แต่ ล่าม คือ ภาพสะท้อนของแบรนด์
ในภาษาที่ผู้ฟังเข้าใจที่สุด
ทุกคำที่พูดคือภาพลักษณ์
ทุกน้ำเสียงคือจิตวิญญาณของศิลปะ
และทุกการแปล…
คือการส่งต่อ “ความงามที่อยู่เหนือคำพูด” 💫
—
✨ และทั้งหมดนี้
คือศิลปะแห่งการเป็น “ล่ามในโลกไฮจิวเวลรี่”
ที่ไม่เพียงต้องเข้าใจภาษา
แต่ต้อง “ฟังด้วยหัวใจของศิลปิน”
เพื่อแปลไม่ใช่แค่คำ
แต่แปลความงามที่แบรนด์
อยากให้คนทั้งโลก รู้สึกได้จริง ๆ 🤍
——
และทั้งหมดนี้… แอนนี่อยากเล่าสู่กันฟังค่ะ 🤍
เพราะ “การเป็นล่าม”
ไม่ใช่แค่การฟังภาษาแล้วเข้าใจ
แต่คือการ “เข้าใจโลกของอีกฝ่าย
จนพูดได้เหมือนเขา”
โดยเฉพาะในโลกของแบรนด์หรู
ที่ทุกคำมีน้ำหนัก ทุกเสียงมีความหมาย
และทุกรายละเอียดสะท้อนตัวตนของศิลปิน
ล่ามจึงไม่ใช่เพียงผู้ถ่ายทอดภาษา
แต่คือผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของแบรนด์
ผ่านน้ำเสียง คำพูด และความรู้สึก
เพราะเบื้องหลังทุกคำแปลที่ราบรื่น…
คือการเตรียมตัว ศึกษา
และใส่ใจในทุกรายละเอียด
ที่ไม่มีใครมองเห็น
แต่ล่ามเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
จนเนียนเป็น “เหมือนกับคนของแบรนด์” เลยค่ะ
🌙✨🪞🇫🇷
——-
Annie L.
Consecutive Interpreter
Simultaneous Interpreter
วันนี้คืออีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีความหมายมาก ๆ
ในเส้นทาง “การเป็นล่าม” ของแอนนี่
การได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ
MAISON BOUCHERON
หนึ่งใน Haute Joaillerie Maisons
ที่เก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศส
ในเซสชันพิเศษแบบ Private Viewing
สำหรับลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์
ที่เต็มไปด้วยศิลปะ ประวัติศาสตร์
และความงามเหนือกาลเวลา 💫
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด
คือการได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลัง
ผลงานระดับตำนานของแบรนด์
นั่นคือ Question Mark Necklace
(Le Collier Point d’Interrogation)
ผลงานที่เปลี่ยนโฉมวงการ
High Jewelry Design ในศตวรรษที่ 19
แรงบันดาลใจเริ่มจาก
Frédéric Boucheron, ผู้ก่อตั้งแบรนด์
ซึ่งสังเกตเห็นว่าภรรยา Gabrielle
และสุภาพสตรีในยุคนั้น
ต้องสวม corset, tiara, และ necklace ไปพร้อมกัน
เขาจึงอยากสร้างเครื่องประดับที่ “เข้าใจผู้หญิงจริง ๆ”
สร้อยที่สวมใส่ง่าย งดงาม และไม่ต้องมีตะขอ
สะท้อนทั้ง freedom และ femininity ได้อย่างงดงาม
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สะท้อนตัวตนของ BOUCHERON อย่างลึกซึ้ง
คือ Ivy Leaf motif
ใบไอวี่ที่เลื้อยพันต้นไม้อย่างแนบแน่น
และจะเหี่ยวตายหากถูกดึงออก
จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ Eternal Love
ความรักที่มั่นคงและไม่พรากจากกัน
เบื้องหลังทุกชิ้นของ MAISON BOUCHERON
ไม่ใช่แค่ jewelry piece ที่เปล่งประกาย
แต่คือศิลปะแห่งความรู้สึก
ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่าง
ธรรมชาติ ศิลปะ และหัวใจของมนุษย์
เพราะในโลกของ High Jewelry
การซื้อเครื่องประดับไม่ใช่เพียงการซื้อ
“ความสวยงาม”
แต่มันคือการครอบครอง “เรื่องราว”
และ “จิตวิญญาณของงานศิลป์”
ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละชิ้น
และในฐานะ “ล่าม”
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การแปลคำพูด
แต่คือต้อง “เข้าใจหัวใจของแบรนด์”
ให้ได้อย่างลึกซึ้ง
ก่อนเข้าหน้างาน แอนนี่ทำการบ้านอย่างละเอียด
ศึกษาประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ผู้ก่อตั้ง
แนวคิดเบื้องหลังแต่ละชิ้นงาน
และคำศัพท์เฉพาะทางภาษาฝรั่งเศส
โดยเฉพาะในงานนี้
แอนนี่ได้รับเกียรติให้ล่ามให้กับ
Madame Claire de Truchis-Lauriston,
Directrice du Patrimoine
(Global Heritage Director, BOUCHERON)
ผู้ดูแลมรดกทางศิลปะและประวัติศาสตร์
อันล้ำค่าของแบรนด์โดยตรงจากปารีส 🇫🇷
การออกเสียงภาษาฝรั่งเศสอย่างถูกต้อง
คือการให้เกียรติทั้งต่อภาษา ศิลปะ
และตัวตนของแบรนด์เอง
และตลอดสองวันที่ได้ทำหน้าที่นี้
รู้สึกเหมือนได้ “หลุดเข้าไปอยู่ในฝรั่งเศส” อีกครั้ง
ได้ยิน ได้ฟัง และได้พูดภาษาฝรั่งเศสที่รัก
ได้สัมผัสกลิ่นอายของประวัติศาสตร์
และศิลปะในทุกอณู
หัวใจมันฟู อิ่มเอม และอบอุ่น
จนเกินคำบรรยาย 🤍🇫🇷
ขอขอบพระคุณทาง BOUCHERON
ที่ให้เกียรติและวางใจให้แอนนี่
ดูแลการล่ามให้กับ Madame Claire ตลอดทั้งสองวัน
และมอบโอกาสให้ได้สัมผัสผลงานอันล้ำค่าจาก
Private Collection
ชิ้นงานที่ไม่เปิดแสดงที่ใด
สะท้อนความประณีตและจิตวิญญาณ
กว่า 165 ปีของแบรนด์อย่างงดงาม ✨
เป็นประสบการณ์ที่งดงามเกินกว่าคำบรรยาย
เหมือนเวลาหยุดลงชั่วขณะ
เพื่อให้หัวใจได้ซึมซับความงามนั้นไว้อย่างแผ่วเบา
และจะยังคงอยู่ตรงนั้น… ตราบนานเท่านาน 🤍✨
⸻
Today marks another deeply meaningful chapter
in my journey as an interpreter.
Honored to interpret the stories behind
MAISON BOUCHERON,
one of France’s oldest Haute Joaillerie Maisons,
in a Private Viewing session exclusively held
for the Maison’s distinguished clientele —
a celebration of art, history, and timeless beauty. 💫
The highlight of the session was the story behind
the legendary Question Mark Necklace (Le Collier Point d’Interrogation),
a creation that revolutionized High Jewelry Design in the 19th century.
Inspired by Frédéric Boucheron,
who wished to free women from the constraints of corsets, tiaras, and necklaces,
this piece was born out of empathy —
a design that embraced freedom and femininity in equal grace.
Equally symbolic is the Ivy Leaf motif,
representing Eternal Love — unwavering and inseparable —
a motif that has lived within the Maison’s creations for decades.
Every masterpiece of MAISON BOUCHERON
is more than a jewelry piece;
it is a dialogue between art, nature, and the human soul.
In the world of High Jewelry,
purchasing a piece is never just about owning beauty, it is about holding a story, a spirit, and a legacy.
As an interpreter, my role goes far beyond words. It is about understanding the soul of the brand, the nuances of art, language, and culture that shape it.
For this event, I had the honor of interpreting for
Madame Claire de Truchis-Lauriston,
Directrice du Patrimoine
(Global Heritage Director, BOUCHERON)
guardian of the Maison’s artistic heritage and timeless legacy from Paris. 🇫🇷
Every French word, every name, every collection
had to be pronounced with precision and respect because to speak a language beautifully
is to honor the art and the soul behind it.
Throughout these two days,
it felt as though I had been transported to France itself, immersed once again
in the rhythm of its language,
the poetry of its art,
and the quiet majesty of its history. 🤍🇫🇷
Deeply grateful to MAISON BOUCHERON
for the trust and privilege of interpreting for Madame Claire,
and for the rare opportunity to experience
masterpieces from the Private Collection —
treasures unseen elsewhere, each embodying
over 165 years of artistry and savoir-faire. ✨
A fleeting moment, yet timeless
like breathing in the soul of Paris itself.
This experience with MAISON BOUCHERON
will forever live in my heart. 🤍🇫🇷
—
🌐 Maison BOUCHERON
🌐 Location: Siam Paragon, Bangkok,
🌐 Heritage Presenter: Madame Claire de Truchis-Lauriston, Directrice du Patrimoine (Global Heritage Director)
🌐 Occasion: Private High Jewelry Exhibition, 40 exquisite creations from the Maison’s Private Vault at Place Vendôme, Paris
🎤 Consecutive Interpretation (EN–TH)
🔰 Interpreter: Annie Vorakarnj Lertyosthanavath
—
Merci à MAISON BOUCHERON pour cet honneur et cette confiance. 🤍🇫🇷
🇫🇷 Je suis profondément honorée d’avoir interprété les créations intemporelles pour la Maison BOUCHERON. 🤍🇫🇷
#ล่าม #ล่ามแปลภาษา #ล่ามธุรกิจ
#เก่งภาษาอังกฤษ #พูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษ
#จิวเวอรี่
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?