WELL KIDS
02/02/2022
⭐️ EP.74 เจ้าตัวเล็กชอบกัดดดดดดด 👶🏻🦷
“ลูกชอบกัดมากเลยค่ะ มันแปลว่ายังไงคะ”
“ลูกชอบกัด อันนี้ปัญหาพฤติกรรมรึเปล่าคะ”
และอีกมากมายเกี่ยวกับ “การกัด” ของเจ้าตัวเล็ก
“การกัด” เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กวัยหัดเดิน
ทารกและวัยหัดเดิน “กัด” ด้วยหลายสาเหตุ เช่น การงอกของฟัน การสำรวจของเล่นหรือของสิ่งใหม่ด้วยปาก การเรียกร้องความสนใจ การแสดงออกถึงความหงุดหงิด การแสดงความโกรธ (เนื่องจากเด็กๆยังไม่สามารถสื่อสาร และจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ จึงไม่สามารถบอกได้ว่ารู้สึกยังไง) หรือในเด็กบางคนกัดเพื่อทดสอบปฏิกิริยาจากผู้ปกครอง
ส่วนมากจะพบว่าเด็กผู้ชายจะกัดมากกว่าเด็กผู้หญิง ในช่วง 1-2 ขวบปีแรก เมื่อเด็กๆสามารถสื่อสารได้ การกัดจะลดลง
เรื่องการกัด ถึงแม้จะเป็นเรื่องปกติของเด็กๆ แต่ผู้ปกครองสามารถจัดการกับพฤติกรรมชอบกัดของเด็กๆ เพื่อให้พฤติกรรมชอบกัดลดลงหรือหายไป
วิธีรับมือกับเด็กๆชอบกัดอย่างทันทีทันใดที่เกิดเหตุการณ์ 😬
(กรณีที่เจ้าตัวเล็กไปกัดคนอื่น)
1. Be calm and Firm ใจเย็นและมั่นคง : พูดกับเด็กๆอย่างมั่นคงว่า “ไม่กัด” “กัดเจ็บ” (ในตอนนี้หลีกเลี่ยงการอธิบายยืดยาว ใช้คำสั้นๆ เข้าใจง่ายในการบอกเด็กๆ) (ระวังเรื่องการใช้น้ำเสียง*)
2. ปลอบคนที่ถูกกัด : สำรวจว่ามีตำแหน่งไหนที่โดนกัดบ้าง ถ้ามีแผลให้รีบล้างแผลให้เรียบร้อยก่อน
3. ปลอบคนที่กัด : ในช่วงแรกที่ผู้ปกครองบอกกับเด็กว่า “ไม่กัด” หรือ “กัดเจ็บ” กับเด็กคนที่กัดคนอื่น อาจจะตกใจน้ำเสียงของผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองได้ ในขั้นตอนนี้หลังจากเด็กๆสงบลงควรอธิบายให้รู้ผลของพฤติกรรมว่าการกัดทำให้เจ็บ เพื่อนเจ็บหนูต้องขอโทษเพื่อนด้วย และบอกให้เจ้าตัวเล็กใช้การสื่อสารแทนการแสดงอารมณ์หรือบอกความต้องการโดยการกัดแบบที่ทำ
4. ให้คนที่กัดไปขอโทษเพื่อน : เมื่อเด็กๆทำพฤติกรรมหรือการกระทำบางอย่างที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หรือได้รับบาดเจ็บ เด็กๆที่แสดงพฤติกรรมนั้นควรรู้จักที่จะขอโทษผู้อื่น ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่เหตุการณ์สงบลงแล้ว
(กรณีกัดผู้ปกครอง)
1. บอกให้เด็กๆ “หยุดกัด” “กัดเจ็บ” โดยขณะนั้นสามารถกอดเด็กเพื่อให้หยุดการก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่ดี
2. ถ้าหากเด็กๆร้องไห้โวยวาย ให้เพิกเฉยกับพฤติกรรมนั้นและบอกเด็กๆให้รู้ว่าถ้าหยุดร้อง แล้วมาคุยกันดีๆ (ถ้ายังร้อง งอแง แนะนให้ผู้ปกครองรอไปก่อน เด็กๆยังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อาจจะต้องใช้ระยะเวลามากกว่ผู้ใหญ่)
3. เมื่อเด็กๆสงบลง อธิบายให้เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงไม่ให้กัด การกัดจะเกิดผลยังไงกับผู้ถูกกัดบ้าง รวมทั้งสอนให้เด็กๆให้บอกความต้องการ หรือตอบสนองโดยการใช้คำพูดเมื่อรู้สึกไม่พอใจหรือโกรธแทนการกัด
*การเพิกเฉยพฤติกรรมที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เป็นคนละกรณีกับการเพิกเฉยลูก เมื่อลูกหยุดพฤติกรรมที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นแล้วนั้น สามารถเข้าไปพูดคุยและแนะนำเด็กๆได้ตามปกติ เด็กๆจะได้เรียนรู้ว่าถ้าทำพฤติกรรมแบบนี้ผู้ปกครองจะไม่คุยด้วย*
(กรณีกัดสิ่งของ)
ไม่ควรตำหนิหรือต่อว่าเจ้าตัวเล็กเมื่อกัดของ เพราะบางทีอาจจะเพราะเด็กๆคันเหงือกกำลังจะมีฟันขึ้นเพิ่มซึ่งการกัดเป็นสิ่งปกติ แต่สำหรับเด็กอายุมากกว่า 1ขวบเมื่อกัดสิ่งของโดยปราศจากอารมณ์โมโห หรือหงุดหงิด ผู้ปกครองสามารถใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจให้ไปทำอย่างอื่นแทน
หวังว่าผู้ปกครองที่กำลังพบเจอกับ “การกัด” ของเจ้าตัวเล็กที่บ้าน จะได้รับประโยช์จากบทความนี้ของเรานะคะ นอกจากนี้หากมีไอเดียอื่นๆ สำหรับการรับมือกับการกัดของเจ้าตัวเล็กที่บ้าน สามารถแบ่งปันกันได้เลยนะคะ 😄
WELL KIDS 👶🏻
———————————————————————————
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม https://kidshealth.org/en/parents/stop-biting.html
27/01/2022
⭐️ EP.73 ส่งเสริมให้เด็กๆรักการอ่าน 💖😍
การที่ผู้ปกครองส่งเสริมให้เด็กๆในความดูแลได้ทำในสิ่งที่พวกเขาชอบนั้นเป็นสิ่งที่ดี ในกรณีที่สิ่งนั้นเป็นการกระทำที่สร้างสรรค์ ทำแล้วเกิดประโยชน์ และไม่ทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเดือดร้อน
การที่เด็กๆมีสมาธิในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการระบายสีตุ๊กตาตัวโปรด การต่อเลโก้ที่ชอบ หรือแม้แต่การนั่งอ่านหนังสือโดยไม่วอกแวก
สำหรับวันนี้ WELL KIDS จะมานำเสนอไอเดียการส่งเสริมทักษะรักการอ่านในเด็กๆกันค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง และเหตุผลที่ทาง WELL KIDS ให้ความสำคัญกับการอ่านเพราะการอ่านมีประโยชน์มากมายทั้งในด้านภาษา ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว การเสริมสร้างพฤติกรรมที่ดี ส่งเสริมจินตนาการ และเป็นการเพิ่มเติมความรู้ของเด็กๆด้วยเช่นกัน
วิธีการส่งเสริมให้เบบี๋รักการอ่าน 📔
- ใช้ Audio book : สำหรับการอ่านหนังสือนิทาน หรือหนังสือต่างๆภาษาต่างประเทศ การที่เด็กๆได้ฟัง audio book จะช่วยในเรื่องของสำเนียง (Pronounce)
- พ่อแม่เป็นแบบอย่างในเรื่องรักการอ่าน : “like father,like son” คงเป็นประโยคที่คงเคยผ่านมาตามาบ้าง การท่ีพ่อแม่เป็นแบบอย่างในการอ่านที่ดีให้กับลูก จะทำให้พวเขาเรียนรู้ที่จะเลียนแบบพฤติกรรม เพียงแค่พ่อแม่ทำให้ดู ลูกๆที่เห็นบ่อยๆก็ค่อยๆซึมซับ อยากให้ลูกทำแบบไหนเริ่มต้นที่พ่อแม่ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
- เลือกหนังสือที่มีหมวดหมู่เข้ากัน น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของเด็กๆ : โดยทั่วไปแล้วสำหรับเด็กที่พึ่งจะเริ่มอ่านหนังสือได้ ควรเลือกหนังสือที่เหมาะสมกับความสามารถเด็กๆ ไม่ได้ใช้คำที่ยากเกินไป ในช่วงแรกอาจจะใช้หนังสือที่มีรูปการ์ตูนแทรกเป็นช่องๆ และเมื่อเห็นว่าเด็กๆสามารถจดจ่อได้นานมากขึ้นเลือกหนังสือทั่วไปที่ไม่มีภาพรือรูปประกอบก็ได้เช่นกัน
- อ่านหนังสือก่อนแล้วค่อยดูหนัง (สำหรับเด็กโต* เช่น แฮร์รี่พอตเตอร์) : ในข้อนี้ค่อนข้างเหมาะสำหรับเด็กประถมปลาย ทักษะการอ่านดี มีความคล่องแคล่วรวดเร็วในการอ่าน ตีความจากหนังสือที่อ่านได้ การอ่านหนังสือหรือวรรณกรรมที่มีภาษาสละสลวยจะส่งผลให้เด็กๆมีคำศัพท์ในหัวที่เยอะ สามารถเรียบเรียงและสื่อสารเป็นภาษาที่สละสลวยสวยงามตามหนังสือที่เคยอ่านได้ และสำหรับหนังสือบางเรื่องที่ได้นำไปจัดทำเป็นซีรีส์หรือภาพยนต์ต่อ การที่เคยอ่านหนังสือมาก่อนจะทำให้เด็กๆสามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในบทถัดไปสำหรับภาพยนต์หรือหนังที่ดูได้ และสำหรับจุดที่มีความแตกต่างกัน ก็เป็นรื่องที่ทำให้เด็กๆสามารถว่าคิด วิเคราะห์กับผู้ปกครองได้อีกว่าสิ่งใดดีหรือน่าสนใจกว่ากัน อย่างไร เพราะอะไร
- จัดวางหนังสือไว้ในที่ที่หยิบง่าย สามารถมองเห็นได้ง่าย (อยู่ใกล้มือหยิบมาอ่านได้สะดวก) : การที่วางหนังสือไว้ในที่หยิบง่าย สามารถหยิบใช้ได้สะดวกเป็นการส่งเสริมการอ่านที่ได้ผลค่อนข้างดี และลงทุนน้อย เพราะหลายๆคร้ังไม่รู้จะทำอะไร หันไปเห็นกองหนังสือทำให้เด็กๆสนใจและไปหยิบมาอ่านได้ง่าย
- อ่านออกเสียงให้เด็กๆฟัง : สำหรับเด็กๆที่ยังอ่านหนังสือเองยังไม่ได้ หรือยังอ่านได้ไม่คล่อง การที่ผู้ปกครองอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังจะช่วยส่งเสริมทักษะการอ่านของเด็กๆได้เช่นกัน
- อ่านหนังสือเล่มเดียวกันกับเบบี๋ให้พวกเค้าฟัง / สลับกันอ่านหนังสือ : การสลับกันอ่านหนังสือ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมทักษะการอ่านของเด็กๆแล้วยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวอีกด้วย
- ตั้งใจฟังตอนที่เจ้าตัวเล็กกำลังอ่านหนังสือให้ฟัง : เมื่อเด็กๆบางคนเริ่มอ่านหนังสือได้แล้ว พวกเขามักจะอยากแชร์การอ่านของตนเองกับใครสักคน หากมีใครคอยนั่งฟังในสิ่งที่เด็กๆอ่านก็จะยิ่งทำให้เด็กๆมีความสุข ความสนุก ความเพลิดเพลิน และเกิดความมั่นใจ ภาคภูมิใจในตัวเองด้วย เมื่อเกิดความมั่นใจในตัวเองบางครั้งเด็กๆอยากท้าทายขีดจำกัดและความสามารถของตัวเองโดยการอ่านหนังสือที่หนาขึ้นหรือตัวหนังสือเยอะขึ้นอีกด้วย
- Discuss กันเกี่ยวกับหนังสือที่อ่าน : การพูดคุยกันเกี่ยวกับหนังสือที่อ่านเป็นอีกวิธีที่จะทำให้เด็กๆรู้สึกสนใจที่จะอ่านหนังสือมากขึ้นได้เช่นกัน เพราะถ้าไม่อ่านบางครั้งก็จะไม่รู้ว่าคนอื่นคุยอะไรกัน ดังนั้นการสนทนาเกี่ยวกับหนังสือ หรือบทความที่อ่านก็เป็นอีกวิธีที่ปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านเช่นกัน
- ทำให้เป็นกิจวัตร : สิ่งใดก็ตามที่เราอยากให้เกิดขึ้นทุกวันจนกลายเป็นนิสัย ควรเริ่มทำสิ่งนั้นๆให้เป็นกิจวัตรประจำวัน ทำทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมาอ่านนานหลายๆชั่วโมง แต่การอ่านหลักนาที แต่ต่อเนื่องทุกวันก็สามารถส่งเสริมนิสัยรักการอ่านได้เช่นกัน 🧡
หนังสือที่เหมาะสมกับเด็กๆ
- ภาพเหมือนจริง
- รูปภาพสวยงาม
- จำนวนคำ (เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัย)
- หน้าหนังสือหลากหลาย
- หนังสือที่สะท้อนความหลากหลาย
การอ่านหนังสือหรือจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อพูดถึงเรื่องของพัฒนาการแล้ว ผู้ปกครองควรชักชวนเด็กๆไปทำกิจกรรมอื่นในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานบ้าน รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง หรือออกไปเล่นกับเพื่อนๆบ้าง นอกเหนือจากสิ่งที่พวกเขาชอบด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะได้ส่งเสริมพัฒนาการและส่งเสริมศักยภาพของเด็กๆในหลายๆด้านด้วย 😉
WELL KIDS 👶🏻
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?